วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

Subjunctive Sentence

Subjunctive Sentence คือ ประโยค ที่แสดงความต้องการ ความปรารถนา และเงื่อนไขสมมุติที่ต้องการ จะให้เป็น หรืออาจจะเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบันและในอดีต

Subjunctive แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

   1. Present Subjunctive
   2. Past Subjunctive
   3. Past perfect Subjunctive


ซึ่ง Subjective แต่ละประเภทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. Present Subjunctive 


Present Subjunctive หมายถึง ประโยคที่แสดงความต้องการ ความจำเป็นและความปรารถนาที่เป็นไปได้ แยกออกเป็น 3 ประการ ได้แก่

1.1. แสดงความต้องการ (Demands or Requests) กริยาที่ใช้ในประโยคนั้นใช้โครงสร้างรูปประโยคดังต่อไปนี้

Subj. + V. + that + Subj. + (should) + infinitive without to

กริยาที่นิยมใช้ในโครงสร้างนี้ได้แก่

   advise (แนะนำ, สั่งสอน)
   ask (ขอร้องว่าควร)
   command (สั่ง)
   demand (that) : ต้องการ, ร้องขอ(ว่า)
   suggest (แนะนำ)
   insist:ยืนกราน, ยืนกรานว่าจะต้อง
   move (that) เสนอ(ว่า)
   order (สั่ง)
   prefer (ชอบมากกว่าที่จะ)
   urge (กระตุ้น)
   propose (เสนอ)
   recommend (แนะนำ)
   request (ขอร้อง)
   require (ต้องการ)
   command that = สั่งว่าต้อง
   decree that = บัญชาว่า
   desire that = ปรารถนาให้เป็นว่า
   maintain that = ยืนยันว่า
   pray that = อ้อนวอนว่า
   request that = ขอร้องว่าควร
   require that = กำหนอว่าต้อง


ตัวอย่าง เช่น

   Mother always insists that I should eat more vegetables
   แม่ผมกำชับ(ย้ำ)อยู่เสมอว่าผมควรทานผักให้มากๆ

   She insisted that I (should) be here at seven o'clock.
   หล่อนได้กำชับ(ย้ำ)ว่าผมควรจะมาที่นี่ตอน 7 โมงเช้า

   I suggested that you(should) come early.
   ผมแนะนำว่าคุณควรจะมาที่นี่แต่เช้า

1.2. แสดงความจำเป็น (Necessities) กริยาที่ใช้ในประโยคนั้นใช้โครงสร้างรูปประโยคดังต่อไปนี้

It is important that + subj. + (should) + infinitive

คำที่ใช้แสดงความจำเป็นส่วนใหญ่จะเป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) เช่น necessary, essential, imperative, advisable, significant, necessary, preferable เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่คำเหล่านี้จะให้ความหมายว่า ‘เป็นการจำเป็นที่ว่า, เป็นการสำคัญที่ว่า, เป็นการรีบด่วนที่ว่า’ ตัวอย่างเช่น

   It is advisable that you should go meet the doctor.
   เป็นการสมควรที่ว่าคุณควรจะไปพบแพทย์

   It is essential that you should have your own cellphone.
   เป็นการจำเป็นที่ว่าคุณควรจะมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง

   It is crucial that you should speak French with others.
   จำเป็นยิ่งที่ว่าคุณควรจะพูดภาษาฝรั่งเศสกับคนอื่นๆ

   It is better that you should be there early.
   เป็นการดีกว่าที่ว่าคุณควรจะอยู่ที่นั่นก่อนเวลา

   It is desirable that you should deserve that award. 

   เป็นการสมควรที่ว่าคุณควรจะได้รับรางวัลนั้น

1.3. แสดงความปรารถนา (Wishes) ได้แก่ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย

It is (my,their, his etc.) wish that + subj. + (should) + infinitive without to

ตัวอย่างเช่น

  It’s my wish that you should get back home now.
  เป็นความปรารถนาของผมว่าคุณควรจะกลับบ้านตอนนี้

2. Past Subjunctive

Past Subjunctive
 หมายถึง ประโยคที่แสดงความปรารถนา ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริง เป็นไปไม่ได้หรือตรงข้ามกับความเป็นจริงในปัจจุบัน (Present Unreal) คำ ที่แสดง Past Subjunctive ได้แก่ wish, if only, as if, as though ประโยคเหล่านี้ กริยาจะเป็น Past tense สำหรับ verb to be ใช้ were กับทุกบุรุษ ส่วนกริยาช่วย(Modals)ประเภทอื่นๆการใช้มักอยู่ในรูปอดีตเสมอ โดยสามารถแสดงเป็นโครงสร้างได้ดังต่อไปนี้


ประธาน + wish (es) + (that) ประธาน+กริยาช่องที่ 2
If only + (that) ประธาน+กริยาช่องที่ 2

ตัวอย่างเช่น

   I wish I were Big John. (but I am not)
   ผมอยากเป็นบิ๊กจอห์น

   I wish I were a millionaire. (but I am not)
   ผมอยากเป็นมหาเศรษฐี

   He wishes he finished his work. (but he doesn't)
   ผมปรารถนาว่าเขาจะทำงานให้เสร็จ

   I wish I could the one you love. (but I’m not)
   ผมอยากเป็นคนที่คุณรัก

3. Past Perfect Subjunctive 

Past Perfect Subjunctive หมายถึง ประโยคที่แสดงความปรารถนาที่ไม่เกิดขึ้นจริง หรือตรงข้ามกับความเป็นจริงในอดีต (Past Unreal) โดยมีคำบอกเวลาในอดีตปรากฏอยู่ คำที่แสดง Past Perfect Subjunctive ได้แก่ wish, if only, as if, as though เหมือนกับ Past Subjunctive 

พูดง่ายๆก็คือ Past Subjunctive คือ ประโยคที่แสดงความปรารถนา ที่ไม่เกิดขึ้นจริงหรือตรงข้ามกับความเป็นจริงในปัจจุบัน ส่วน Past Perfect Subjunctive คือ ประโยคที่แสดงความปรารถนาที่ไม่เกิดขึ้นจริง หรือตรงข้ามกับความเป็นจริงในอดีต (Past Unreal) ส่วนคำแสดงในประโยคส่วนแรกเราจะใช้เหมือนกันคือ wish, if only, as if, as though แต่ต่างกันตรงที่ ประโยคที่ตามหลังคำเหล่านี้ในประโยคที่ใช้โครงสร้าง Past Perfect Subjunctive กริยาจะเป็น past perfect tense (had+V.3) ส่วน Past Subjunctive จะเป็นกริยาช่อง 2 ซะส่วนใหญ่ เอาหล่ะครับเดี๋ยวเรามาดูโครงสร้าง Past Perfect Subjunctive และตัวอย่างรูปประโยคที่ใช้โครงสร้างนี้กันเลย

โครงสร้างในการใช้ wish, if only มีดังต่อไปนี้

ประธาน + wish (es) + (that) ประธาน+ had + V.3
If only + (that) ประธาน+had+V.3

ตัวอย่าง

   I wish she had gone to the party last night. (but she didn't)
   ผมอยากให้เธอไปที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ (แต่หล่อนไม่)

   He wished he had been here yesterday. (but he didn't)
   เขาปรารถนาที่จะอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้ (แต่เขาไม่)

หมายเหตุ นอกจาก wish, if only, as if, as though จะใช้แสดง Past Subjunctive และ Past perfect Subjunctive แล้วยังมีวลีและคำอื่น ๆ ที่ใช้ในลักษณะเดียวกันอีกได้แก่

   it's time = ถึงเวลาแล้ว
   would rather = อยากจะ...มากกว่า
   it's high time = สมควรแก่เวลาแล้ว
   would sooner = อยากจะ...มากกว่า
   it's about time = จวนจะได้เวลา
   supposed (that) = สมมติว่า

ตัวอย่าง เช่น

   It is time students had breakfast.
   It's about time the class began.
   It’s high time Big John gave up smoking
สำหรับหลักการใช้ Wish นั้นขออธิบายไปตามลำดับโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.wish จะใช้แสดงความปรารถนาในปัจจุบัน อดีตและอนาคตโดย ใช้โครงสร้าง to wish (that) + noun clause ซึ่งประโยคที่ใช้ตามหลัง wish นั้นเป็นประโยคแสดงสิ่งที่ปรารถนาซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริง หรือปรารถนาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งมีวิธีใช้ ดังนี้

1.1 ความปรารถนาในปัจจุบัน สามารถแสดงเป็นโครงสร้างได้ดังต่อไปนี้

S.+ wish + Past Simple Tense[S.+V.2] (wish = If only ซึ่งใช้แทนกันได้)
 
If only

ตัวอย่างเช่น

   - Do you wish you lived in America now?
   - I wish I could speak German.
   - We wish we weren't so tired.

ประโยคทั้ง 3 ข้างต้นนี้ ความเป็นจริงมิได้เป็นอย่างที่ปรารถนา เมื่อเรานึกถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เราใช้ "I'm sorry" หรือ "It's a pity" แสดงความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราใช้ I'm sorry หรือ It's a pity + Present Simple Tense

   - Do you wish you lived in America now? (ความปรารถนาในปัจจุบัน)
    (=Are you sorry / Is it a pity you don't live in America now? - ความจริงในปัจจุบัน)

   - I wish I could speak German. (ความปรารถนาในปัจจุบัน)
    (= I'm sorry/ It's a pity I can't speak German. -- ความจริงในปัจจุบัน)

   - We wish we weren't so tired. (ความปรารถนาในปัจจุบัน)
    (= I'm sorry / It's a pity we are so tired. --- ความจริงในปัจจุบัน)

ดังนั้นการใช้ wish ต้องดูว่าเป็นความปรารถนาในปัจจุบัน อดีต หรืออนาคต

1.2 ความปรารถนาในอนาคต สามารถแสดงเป็นโครงสร้างได้ดังต่อไปนี้

S. + wish + S + would หรือ Modal verbs ตัวอื่นๆที่อยู่ในรูปอดีต(แต่ใช้กับเหตุการณ์ในอนาคต) + V1
หรือ If only + S + would หรือ Modal verbs ตัวอื่นๆที่อยู่ในรูปอดีต(แต่ใช้กับเหตุการณ์ในอนาคต) + V1

ตัวอย่างเช่น

   - I wish I could go there with Big John next week. (ถ้าประธานเป็นคนเดียวกัน ใช้ could)
    (If only I could go with Big John next week.)

   - I wish Jane would come to my wedding ceremony tomorrow evening.
     (= It's a pity Jane won't come.)

   - He wishes he could fix this cell phone.
     (=It's a pity he can't fix this cell phone.)

   - She wishes I would go abroad with her.
    (=I'm sorry I won't go abroad with her.)

3.3 ความปรารถนาในอดีต

S. + wish + Past Perfect Tense[S.+had+V.3] หรือ
If only + Past Perfect Tense[S.+had+V.3]

เป็นการใช้ wish ในการแสดงความปรารถนาสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ และตรงข้ามกับความเป็นจริงในอดีต

ตัวอย่างเช่น

   - I wish you had been here yesterday. ฉันปรารถนาว่าคุณอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้
     (= It's a pity you weren't here yesterday.) ความเป็นจริงคือเมื่อวานคุณไม่ได้อยู่ที่นี่

   - I wish it hadn't rained heavily yesterday. ความปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต
    (=It's a pity it rained heavily yesterday. ความจริงในอดีต)

   - I wish I had worked harder last semester. ความปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต
    (= It's a pity I didn't work harder last semester. ความเป็นจริงในอดีต)

   - If only the weather had been better yesterday. ความปรารถนาในอดีต
    (=It's a pity the weather wasn't better yesterday. ความเป็นจริงในอดีต)

2.wish ที่ให้ความหมายเช่นเดียวกับคำว่า want (ต้องการ,ปรารถนา) จะต้องใช้โครงสร้าง

Subj. + wish + (object) + to + infinitive

ตัวอย่างเช่น

   He wishes to be an engineer.
   เขาปรารถนาที่จะเป็นวิศวกร

   She wished him to come here.
   เธอปรารถนาให้เขามาที่นี่ 


สำหรับลักษณะการใช้ Wish นั้นมีดังต่อไปนี้

1.การใช้ Wish ที่ให้ความหมายว่า ‘ปรารถนาดีหรือต้องการ’ มีการใช้อยู่ 2 ลักษณะดังนี้

1.1 to wish (someone) to do something สามารถแสดงเป็นโครงสร้างได้ดังต่อไปนี้

   S. + wish + to + V1
 

เป็นความปรารถนาหรือต้องการ ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น

   - We wish to book some seats for the concert.
   - Do you wish to sit here, sir?
   - She wishes to go to the party.

1.2. to wish someone something สามารถแสดงเป็นโครงสร้างได้ดังต่อไปนี้
 

   S.+wish + Noun + Noun

เป็นความปรารถนาให้ผู้อื่น ได้รับความสุขสำเร็จหรือสิ่งที่ดีงาม ตัวอย่างเช่น

   - We wish him all the best.
   - I wish you a Happy New Year.
   - I wish you success and happiness.
   - I wish you a Merry Christmas.
   - I wish you the very best of luck.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น